แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สื่อประกอบการสอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สื่อประกอบการสอน แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
วิธีสร้าง infographic เพื่อสื่อสารข้อมูลทางการศึกษา
การออกแบบกราฟิกกับ infographic
วันนี้เพิ่งฟื้นไข้ค่ะ...เลยมีเวลาได้พักสมองและอ่านพบวิธีการวางตัวหนังสือบนภาพอย่างไรให้ดูน่าสนใจ เห็นกระแส infographic กำลังมาแรง...ประกอบกับการได้ไปเป็นอาจาร์ย์พิเศษช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น รายวิชา GDT 4205 สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา... เลยทำให้พบว่าสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้ infographic ที่ตั้งใจออกแบบมาได้รับความสนใจจากผู้อ่าน ก็คือการวางตัวหนังสือบนภาพนั่นเองค่ะ...หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อยนะคะ...^^
การปรับแต่งภาพสไลด์
วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559
เตรียมสอนก่อนเปิดเทอม
วันนี้เป็นวันเกิดของแม่ แต่ฉันยังคงเตรียมสอนและยังไม่ได้นอน อยากกลับไปหาแม่ พาแม่ทานข้าว ปีนี้แม่ย่าง 74 ปีแล้ว... แต่ด้วยความตั้งใจมั่นไว้ว่าจะส่งหนังสือให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ให้ได้ จึงทำให้ฉันรู้สึกแบ่งเวลาไม่ค่อยถูก ใจหนึ่งก็อยากทำงานให้เสร็จ แต่อีกใจก็อยากจะแว๊บกลับบ้าน... ทำยังไงดี!!! ตอนนี้ตี 2 กว่าแล้ว... นอนก่อนดีกว่าตื่นมาโทร.ไป Happy Birthday แม่แต่เช้า แล้วค่อยตั้งสติใหม่ว่าจะทำอะไรก่อนดี... เพราะแม่เองก็อยากให้ฉันส่งหนังสือเล่มนี้มากเหมือนกัน แม่บอกว่าวันเกิดของแม่ๆ ไม่มีอะไรมาก ก็จะทำบุญตักบาตรให้ตากับยาย ทำให้ฉันได้คิดว่าวันเกิดของฉันที่จะถึงต่อจากแม่ในอีกไม่กี่วันนี้ฉันควรทำอะไรให้แม่ชื่นใจ มากกว่าจะไปเลี้ยงฉลองกับคนอื่นๆ เพราะแม่ทำให้ฉันมีชีวิต และได้มีโอกาสทำสิ่งที่ดีในทุกวันนี้ และแม่ก็เป็นบุคคลคนเดียวที่รับฟังฉันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะทำให้แม่ทุกข์หรือสุขใจไปด้วย แม่ก็มักจะตั้งใจฟัง ให้กำลังใจ ตักเตือน สั่งสอน ฉันมีความเชื่อว่าถ้าฉันติดขัดเรื่องใด ถ้าได้กลับบ้านไปขัดห้องน้ำ ทำความสะอาดบ้านให้แม่ หรือพาแม่ทานข้าว ทุกๆ สิ่งที่ติดขัดนั้นจะค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี ฉันเชื่อว่าความกตัญญูรู้คุณบิดา มารดา จะส่งผลดีให้กับตัวของเราเอง... เฮ้อ!!! คิดถึงแม่จัง...
ผศ.ดร.บุญญลักษม์ ตำนานจิตร
ป้ายกำกับ:
ข้อคิดดีๆ,
สื่อประกอบการสอน
วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
สกัดความรู้และประสบการณ์ด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
ให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ช่วยกันโพสต์เป็นรายกลุ่มจากรายวิชาระบบการจัดการสารสนเทศและความรู้ โดย...
1. ระบุชื่อกลุ่ม, รายชื่อของสมาชิกในกลุ่ม
2. สรุปการสกัดความรู้และข้อคิดที่ได้จากหัวหน้าฝ่ายพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ(คุณประดับศรี เนตรนี)พร้อมภาพประกอบ
3. สรุปการสกัดความรู้และข้อคิดที่ได้จากรุ่นพี่พี่ 3 พี่ชื่อ................ พร้อมภาพประกอบ
ผศ.ดร.บุญญลักษม์ ตำนานจิตร
ผลการสกัดความรู้จากวิทยากรสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และจากสานฝันจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
สรุปได้ดังนี้
วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558
เทคนิคการเรียนเก่ง!!'
10 เทคนิคเรียน ให้เป็นคนเรียนเก่ง
....... เทคนิคเรียน : 1. คนเรียนเก่ง แบ่งเวลาเป็น
เคล็ดลับข้อแรก ถึงแม้ว่าเราจะชอบเล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน เล่นกีฬา ดูหนัง ฟังเพลง ช้อปปิ้ง ฯลฯ ขอแค่เราแบ่งเวลาให้เป็น เวลาไหนเล่นก็เล่น เวลาไหนเรียนก็เรียน จะเล่นวันละกี่ชั่วโมงก็ได้ แต่ขอเจียดเวลามาเรียนนอกเหนือจากในห้องเรียนสักวันละ 30 นาที ? 1 ชั่วโมงก็พอแล้ว (เสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องก็ได้) ทำง่ายๆแต่ได้ผลชงัดนัก
....... เทคนิคเรียน : 2. คนเรียนเก่ง ทบทวนล่วงหน้า-หลังเรียน เข้าหัวไม่ต้องจำ
เชื่อว่าข้อนี้ถูกใจคนขี้เกียจจำไม่น้อย (นายติวฟรีเองก็ด้วย หึหึ) เคล็ดลับง่ายๆ อ่านล่วงหน้าก่อนเข้าห้องเรียนสัก 10-15 นาที อ่านผ่านๆแค่หัวข้อก็พอว่าวันนี้เราจะเรียนอะไรบ้าง พอตกเย็น ก็อ่านทบทวนผ่านๆอีกรอบว่าวันนี้เราเรียนอะไรไป วันต่อวัน มันจะเข้าไปอยู่ในหัวเองไม่ต้องออกแรงจำให้เมื่อย แถมทำบ่อยๆมันจะประติดประต่อกันเองทั้งเทอม โอ้ สบายเลย
....... เทคนิคเรียน : 3. คนเรียนเก่ง ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง
แม้หลายๆคนจะรู้อยู่ว่าดินพอกหางหมูไม่ดี แต่ก็เชื่อว่าทุกๆคนก็เคย หรือยังมีดินพอกหางหมูอยู่ทั้งนั้น นายติวฟรีเองเคยพอกนานถึงสองเดือนด้วยซ้ำ มันลำบากมากที่ต้องมาตามแก้ดินพอกหางหมู บางครั้งใช้เวลามากกว่าเดิม 3 เท่าบ้าง 4 เท่าบ้าง รู้งี้ทำซะเลยไม่ปล่อยให้พอกก็ดีหรอก T_T
....... เทคนิคเรียน : 4. คนเรียนเก่ง ไม่เรียนอัดก่อนสอบ
ข้อนี้ตามสองข้อที่แล้วมาติดๆ ถ้าน้องปล่อยพอกไว้ตั้งแต่ต้นเทอม ยันปลายเทอม แล้วมาอัดอ่านทีเดียวก่อนสอบ มันจะไม่ทันเอา หลายเรื่อง หลายวิชา ถ้าใครเคยเรียนอัดก่อนสอบคงรู้ดี (นายติวฟรีก็เคยทำ) ว่า อ่านบทแรกก็ยังโออยู่ แต่พออ่านบทสอง ดั๊นลืมบทแรก พออ่านบทสาม ดั๊นลืมบทสอง ฯลฯ แบบนี้เรียกว่า ได้หน้าลืมหลัง มาดูตัวอย่างสดๆกันตรงนี้เลย นายติวฟรีถามว่า เคล็ดลับข้อแรกคืออะไร (ห้ามย้อนกลับไปอ่านนะ) เชื่อว่าตอบไม่ได้กันเกินครึ่ง อิอิ จริงๆแล้วมันมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอยู่นะว่า สมองของคนเรา จะสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้ดีโดยค่อยๆจดค่อยๆจำสะสมไปเรื่อยๆ ถ้ามาพยามจดจำในระยะเวลาสั้นๆมันจะไม่เข้าหัว ขนาดไอน์สไตน์ฉลาดเป็นกรด ก็ยังจำเยอะๆในเวลาสั้นๆไม่ไหวเลย
....... เทคนิคเรียน : 5. คนเรียนเก่ง ลงมือทำโจทย์ แบบฝึกหัด การบ้าน
น้องๆหลายคนมองข้ามการทำโจทย์และแบบฝึกหัดต่างๆไปโดยสิ้นเชิง แล้วกลับไปให้ความสำคัญกับการเรียนเนื้อหา หรือทฤษฎีต่างๆ หลายๆคนหนักข้อ แบบฝึกหัดข้อแรกที่ได้ทำคือในห้องสอบนั่นเอง แล้วมันจะทำได้ยังไง T_T พอออกมาจากห้องสอบก็น้ำตาตกในทำไม่เป็น นักฟุตบอลเก่งๆอย่างเมสซี่ เขามีความลับในความเก่งซ่อนอยู่ นั่นคือ เขาใช้เวลาเรียนทฤษฎีนิดเดียว เอาให้ได้ครบสักรอบสองรอบก็พอ แล้วใช้เวลาที่เหลือไปทุ่มเทให้กับการซ้อมในสนาม (ทำแบบฝีกหัด) อย่างหนักทุกวันๆ ถ้าอยากเรียนเก่งเหมือนเมสซี่เล่นบอลเก่ง เราก็ต้องขยันทำแบบฝึกหัดเยอะๆ เข้าไว้
....... เทคนิคเรียน : 6. คนเรียนเก่ง ทำ mindmap เรียนรู้จากภาพใหญ่ไปภาพเล็ก
มันจะง่ายกว่าเยอะมากถ้าเรามองความสัมพันธ์ของเนื้อหาทั้งหมดโดยรวม ว่ามันเกี่ยวข้องกับอะไร แล้วมีหัวข้ออะไรบ้าง แต่ละหัวข้อเกี่ยวข้องกันอย่างไร อย่างการทำ mindmap นั้นช่วยได้มากๆ ที่สำคัญทำง่ายด้วย ไม่ต้องคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก แค่มีกระดาษกะปากกา ก็สามารถทำเองได้แล้ว
....... เทคนิคเรียน : 7. คนเรียนเก่ง ทำสรุป/ช้อตโน้ตด้วยตัวเอง
การทำสรุปหรือช้อตโน้ตจะเป็นเสมือนการทบทวนและสรุปเนื้อหาด้วยตัวเอง น้องๆจะมีสรุปของเพื่อนที่เก่งๆก็ได้ แต่สำคัญคือ ให้ทำเวอร์ชันของตัวเองด้วย (เขียนสรุปจากสรุปของเพื่อนก็ได้นะ) แค่การทำก็เหมือนว่าได้ทบทวนไปแล้วรอบนึง ที่สำคัญคือ เมื่อตัวเองมาอ่านสรุปของตัวเองแล้วนั้น มันจะจำได้ชัดเจนมากกว่าการอ่านสรุปของคนอื่นมากๆ ยิ่งถ้าเขียนสรุปด้วยปากกาหลายสี วาดรุปน่ารักๆลงไป บางครั้งในห้องสอบ จำได้ด้วยแน่ะ ว่าตรงนี้เราสรุปด้วยปากกาสีอะไร วาดรูปอะไรลงไป
....... เทคนิคเรียน : 1. คนเรียนเก่ง แบ่งเวลาเป็น
เคล็ดลับข้อแรก ถึงแม้ว่าเราจะชอบเล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน เล่นกีฬา ดูหนัง ฟังเพลง ช้อปปิ้ง ฯลฯ ขอแค่เราแบ่งเวลาให้เป็น เวลาไหนเล่นก็เล่น เวลาไหนเรียนก็เรียน จะเล่นวันละกี่ชั่วโมงก็ได้ แต่ขอเจียดเวลามาเรียนนอกเหนือจากในห้องเรียนสักวันละ 30 นาที ? 1 ชั่วโมงก็พอแล้ว (เสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องก็ได้) ทำง่ายๆแต่ได้ผลชงัดนัก
....... เทคนิคเรียน : 2. คนเรียนเก่ง ทบทวนล่วงหน้า-หลังเรียน เข้าหัวไม่ต้องจำ
เชื่อว่าข้อนี้ถูกใจคนขี้เกียจจำไม่น้อย (นายติวฟรีเองก็ด้วย หึหึ) เคล็ดลับง่ายๆ อ่านล่วงหน้าก่อนเข้าห้องเรียนสัก 10-15 นาที อ่านผ่านๆแค่หัวข้อก็พอว่าวันนี้เราจะเรียนอะไรบ้าง พอตกเย็น ก็อ่านทบทวนผ่านๆอีกรอบว่าวันนี้เราเรียนอะไรไป วันต่อวัน มันจะเข้าไปอยู่ในหัวเองไม่ต้องออกแรงจำให้เมื่อย แถมทำบ่อยๆมันจะประติดประต่อกันเองทั้งเทอม โอ้ สบายเลย
....... เทคนิคเรียน : 3. คนเรียนเก่ง ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง
แม้หลายๆคนจะรู้อยู่ว่าดินพอกหางหมูไม่ดี แต่ก็เชื่อว่าทุกๆคนก็เคย หรือยังมีดินพอกหางหมูอยู่ทั้งนั้น นายติวฟรีเองเคยพอกนานถึงสองเดือนด้วยซ้ำ มันลำบากมากที่ต้องมาตามแก้ดินพอกหางหมู บางครั้งใช้เวลามากกว่าเดิม 3 เท่าบ้าง 4 เท่าบ้าง รู้งี้ทำซะเลยไม่ปล่อยให้พอกก็ดีหรอก T_T
....... เทคนิคเรียน : 4. คนเรียนเก่ง ไม่เรียนอัดก่อนสอบ
ข้อนี้ตามสองข้อที่แล้วมาติดๆ ถ้าน้องปล่อยพอกไว้ตั้งแต่ต้นเทอม ยันปลายเทอม แล้วมาอัดอ่านทีเดียวก่อนสอบ มันจะไม่ทันเอา หลายเรื่อง หลายวิชา ถ้าใครเคยเรียนอัดก่อนสอบคงรู้ดี (นายติวฟรีก็เคยทำ) ว่า อ่านบทแรกก็ยังโออยู่ แต่พออ่านบทสอง ดั๊นลืมบทแรก พออ่านบทสาม ดั๊นลืมบทสอง ฯลฯ แบบนี้เรียกว่า ได้หน้าลืมหลัง มาดูตัวอย่างสดๆกันตรงนี้เลย นายติวฟรีถามว่า เคล็ดลับข้อแรกคืออะไร (ห้ามย้อนกลับไปอ่านนะ) เชื่อว่าตอบไม่ได้กันเกินครึ่ง อิอิ จริงๆแล้วมันมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอยู่นะว่า สมองของคนเรา จะสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้ดีโดยค่อยๆจดค่อยๆจำสะสมไปเรื่อยๆ ถ้ามาพยามจดจำในระยะเวลาสั้นๆมันจะไม่เข้าหัว ขนาดไอน์สไตน์ฉลาดเป็นกรด ก็ยังจำเยอะๆในเวลาสั้นๆไม่ไหวเลย
....... เทคนิคเรียน : 5. คนเรียนเก่ง ลงมือทำโจทย์ แบบฝึกหัด การบ้าน
น้องๆหลายคนมองข้ามการทำโจทย์และแบบฝึกหัดต่างๆไปโดยสิ้นเชิง แล้วกลับไปให้ความสำคัญกับการเรียนเนื้อหา หรือทฤษฎีต่างๆ หลายๆคนหนักข้อ แบบฝึกหัดข้อแรกที่ได้ทำคือในห้องสอบนั่นเอง แล้วมันจะทำได้ยังไง T_T พอออกมาจากห้องสอบก็น้ำตาตกในทำไม่เป็น นักฟุตบอลเก่งๆอย่างเมสซี่ เขามีความลับในความเก่งซ่อนอยู่ นั่นคือ เขาใช้เวลาเรียนทฤษฎีนิดเดียว เอาให้ได้ครบสักรอบสองรอบก็พอ แล้วใช้เวลาที่เหลือไปทุ่มเทให้กับการซ้อมในสนาม (ทำแบบฝีกหัด) อย่างหนักทุกวันๆ ถ้าอยากเรียนเก่งเหมือนเมสซี่เล่นบอลเก่ง เราก็ต้องขยันทำแบบฝึกหัดเยอะๆ เข้าไว้
....... เทคนิคเรียน : 6. คนเรียนเก่ง ทำ mindmap เรียนรู้จากภาพใหญ่ไปภาพเล็ก
มันจะง่ายกว่าเยอะมากถ้าเรามองความสัมพันธ์ของเนื้อหาทั้งหมดโดยรวม ว่ามันเกี่ยวข้องกับอะไร แล้วมีหัวข้ออะไรบ้าง แต่ละหัวข้อเกี่ยวข้องกันอย่างไร อย่างการทำ mindmap นั้นช่วยได้มากๆ ที่สำคัญทำง่ายด้วย ไม่ต้องคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก แค่มีกระดาษกะปากกา ก็สามารถทำเองได้แล้ว
....... เทคนิคเรียน : 7. คนเรียนเก่ง ทำสรุป/ช้อตโน้ตด้วยตัวเอง
การทำสรุปหรือช้อตโน้ตจะเป็นเสมือนการทบทวนและสรุปเนื้อหาด้วยตัวเอง น้องๆจะมีสรุปของเพื่อนที่เก่งๆก็ได้ แต่สำคัญคือ ให้ทำเวอร์ชันของตัวเองด้วย (เขียนสรุปจากสรุปของเพื่อนก็ได้นะ) แค่การทำก็เหมือนว่าได้ทบทวนไปแล้วรอบนึง ที่สำคัญคือ เมื่อตัวเองมาอ่านสรุปของตัวเองแล้วนั้น มันจะจำได้ชัดเจนมากกว่าการอ่านสรุปของคนอื่นมากๆ ยิ่งถ้าเขียนสรุปด้วยปากกาหลายสี วาดรุปน่ารักๆลงไป บางครั้งในห้องสอบ จำได้ด้วยแน่ะ ว่าตรงนี้เราสรุปด้วยปากกาสีอะไร วาดรูปอะไรลงไป
ป้ายกำกับ:
ข้อคิดดีๆ,
สื่อประกอบการสอน
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558
ขอเชิญ น.ศ.บรรณารักศาสตร์ฯ ชั้นปีที่ 2 ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาด้านการบริการอ้างอิงสารสนเทศ
แจ้งนักศึกษาหลักสูตรบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ทุก Group ค่ะ...
1. ขณะนี้อาจารย์ตามใบงานที่ 2 ได้แก่. group 1-3 แล้วนะคะ...
2. สัปดาห์นี้ให้ทุกกลุ่มเตรียมทำ PowerPoint นำเสนอบทคัดย่อปัญหา พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาประมาณ 5-10 ข้อ
3. ให้ทุก Group โพสต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาที่แต่ละกลุ่มได้รับใน weblog ของอาจารย์
4. ส่งงานตามใบงานที่ 3 ภายในสิ้นเดือน 31/10158 ค่ะ...
1. ขณะนี้อาจารย์ตามใบงานที่ 2 ได้แก่. group 1-3 แล้วนะคะ...
2. สัปดาห์นี้ให้ทุกกลุ่มเตรียมทำ PowerPoint นำเสนอบทคัดย่อปัญหา พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาประมาณ 5-10 ข้อ
3. ให้ทุก Group โพสต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาที่แต่ละกลุ่มได้รับใน weblog ของอาจารย์
4. ส่งงานตามใบงานที่ 3 ภายในสิ้นเดือน 31/10158 ค่ะ...
ป้ายกำกับ:
สื่อประกอบการสอน,
Knowledge Management
วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558
เทคนิคการเรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ
วันนี้อาจารย์กำลังส่งหนังสือเรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อประเมินและรับรองรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่อาจารย์ได้ออกแบบขึ้น หากนักศึกษาต้องเรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาเพื่อให้ท่านประเมิน หรือช่วยวิเคราะห์ความถูกต้องของเครื่องมือวิจัยนั้น ควรพิจารณาคัดเลือก และมีกระบวนการเรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิดังนี้...
1. พิจารณาหัวข้อวิจัย หรือโครงงานที่จะจัดทำว่ามีผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในเรื่องนั้นๆ ท่านใดบ้าง
2. ติดต่อผู้ทรงคุณวุฒิอย่างไม่เป็นทางการ โดยโทรศัพท์ หรือส่งอีเมลไปบอกความประสงค์ที่จะเรียนเชิญท่านล่วงหน้า ขอเบอร์โทร.ติดต่อที่สะดวกของผู้ทรงคุณวุฒิ
3. ทำหนังสือเรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยที่นักศึกษากำลังศึกษาอยู่ โดยผ่านการปรึกษาเสนอรายชื่อคณะผู้ทรงคุณวุฒิที่นักศึกษากำหนดไว้ เพื่อสอบถามความเหมาะสมจากอาจารย์ที่ปรึกษา
4. สอบถามผู้ทรงคุณวุฒิว่าต้องการให้จัดส่งโดยทางใด
4.1 หากประสงค์ให้เราเดินทางไปพบด้วยตนเอง ควรนัดวัน เวลา สถานที่ และนำรายละเอียดทั้งหมด ได้แก่ หนังสือเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ แบบประเมินรูปแบบฯ แบบรับรองรูปแบบฯ ที่เราออกแบบขึ้น พร้อมรายละเอียดของคำจำกัดความของหัวข้อวิจัยของเรา และบทที่ 1 ของงานวิจัยเพื่อให้ท่านเข้าใจวัตถุประสงค์ในการทำวิจัย
4.2 หากประสงค์ให้ส่งทางไปรษณีย์ให้สอบถามรายละเอียดที่อยู่ในการจัดส่งอย่างละเอียดได้แก่ เลขที่ อาคาร ถนน แขวง เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์ เพื่อจะได้ส่งไปได้อย่างถูกต้อง พร้อมกำหนดวัน เวลา และที่อยู่ในการจัดส่งแบบประเมิน และแบบรับรองรูปแบบฯ กลับมาที่ที่อยู่เรา โดยแนบซองที่พิมพ์ที่อยู่ของตัวเราเอง พร้อมติดแสตมป์ให้ทรงคุณวุฒิส่งกลับมาให้เราเพื่อให้เกิดความสะดวก
5. ก่อนไปพบหรือส่งแบบประเมิน และแบบรับรองต่างๆ ควรโทรศัพท์หรือติดต่อผู้ทรงคุณวุฒิทางอีเมลก่อนส่งเพื่อให้ท่านรับทราบ และติดต่ออีกครั้งหากท่านได้รับทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเพื่อนัดหมายวัน เวลา และสถานที่ในการไปรับแบบประเมินด้วยตนเอง หรือให้ท่านส่งทางไปรษณีย์
ประเด็นข้างต้นเป็นข้อคิดดีๆ ที่อาจารย์นำมาฝากเป็นเกร็ดความรู้ในวันนี้ค่ะ
ผศ.บุญญลักษม์ ตำนานจิตร ^^
ป้ายกำกับ:
ข้อคิดดีๆ,
สื่อประกอบการสอน
วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558
วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558
ติดตามงานและปัญหาในการเรียนวิชาการจัดระบบสารสนเทศและความรู้
สวัสดีค่ะนักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ตอนเรียน A1 + B1
ตอนนี้เราเรียนมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้วนะคะ อาจารย์อยากทราบว่าถ้าให้นักศึึกษาช่วยกันโพสต์
แสดงความคิดเห็นว่า "เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมนอกชั้นเรียนให้แก่นักศึกษากันหรือไม่ และถ้าาอยาก
ให้จัดกิจกรรมให้แก่นักศึกษาๆ อยากให้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับอะไร เพราะอะไร" ช่วยกันระดมความเห็นมา
ด้านล่างนี้เลยนะคะ...
ผศ.บุญญลักษม์ ตำนานจิตร ^^
ป้ายกำกับ:
ประชาสัมพันธ์,
สื่อประกอบการสอน
สดร. ยัน ลูกไฟยักษ์เหนือท้องฟ้า คือ อุกกาบาตหนัก 66 ตัน พุ่งชนโลก
สดร.เผย หลักฐาน จาก NASA เป็นลูกไฟจากวัตถุ ขนาด 66 ตัน พุ่งชนบรรยากาศโลก เหนือท้องฟ้าที่กาญจนบุรี เป็นอุกกาบาตเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 75,600 กม.ต่อ ชม. ความรุนแรง เท่ากับ 1 ใน 4 ระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา
วันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งอยู่อาคารศิริพาณิชย์ ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิด เผยว่า ทาง สดร. ได้หลักฐานล่าสุด จาก NASA ชี้ลูกไฟที่เมืองไทย 7 กันยายน 2558 เป็นวัตถุจากนอกโลก เส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 4 เมตร มวล 66 ตัน ความเร็วมากกว่า 75,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สว่างที่สุดขณะสูงจากพื้น 29.3 กิโลเมตร เป็นลูกไฟใหญ่ที่สุด ที่พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกในรอบปี คาด อาจมีชิ้นส่วนเหลือตกที่กาญจนบุรี ย้ำ เป็นเหตุการณ์ปกติ ที่น่าตื่นเต้น แต่ไม่ต้องตกใจ
"เหตุการณ์ลูกไฟสว่างตกจากฟ้า ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา เห็นในกรุงเทพฯ กาญจนบุรี และอีกหลายจังหวัดในภาคกลาง จากหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่ประชาชนบันทึกไว้ในแต่ละพื้นที่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้วิเคราะห์และชี้แจงในเบื้องต้นว่าอาจเป็นลูกไฟ (Fireball หรือ Bolide) จากดาวเคราะห์น้อยหรือวัตถุขนาดเล็กผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูงมาก เสียดสีเกิดความร้อนจนลุกไหม้ เห็นเป็นลูกไฟ มีควันขาวเป็นทางยาว เสียงดังคล้ายระเบิด เห็นได้เป็นบริเวณกว้าง "ดร.ศรัณย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ดร.ศรัณย์ กล่าวอีกว่า การพุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลก ในวันนั้น อุกกาบาตพุ่งด้วยความเร็วประมาณ 75,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความสว่างที่สุดในขณะอยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ 29.3 กิโลเมตร พลังงานการชนของวัตถุดังกล่าวมีค่าเทียบเท่าการระเบิดของ TNT 3.9 กิโลตัน (หรือ 1 ใน 4 ของระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา) ทิศทางการเคลื่อนที่มุ่งไปทางตะวันตก ที่มุมอะซิมุท 269.8 องศา มุมเอียงของการชนเทียบกับพื้นโลก 45.4 องศา ระบุพื้นที่ ที่อาจมีอุกกาบาตตกบริเวณอุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี กินพื้นที่เป็นวงกว้างเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 กิโลเมตร นับเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ที่สุด ที่พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลก ในรอบปีที่ผ่านมา
รองผู้อำนวยการ สดร.กล่าวอีกว่า สดร. ได้รับข้อมูลที่ยืนยันจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) และการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเบื้องต้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว วิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นวัตถุจากนอกโลก ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.5 เมตร
อย่างไรก็ตาม ดร.ศรัณย์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่า มีการพบอุกกาบาตจากวัตถุดังกล่าว สดร. ยังคงจะติดตามข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และขอยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ปกติที่อธิบายได้ จากสถิติพบว่า มีอุกกาบาตตกลงมาบนโลกเป็นจำนวนมาก แต่ไม่เป็นข่าวเนื่องจากส่วนมากตกในมหาสมุทร หรือ บริเวณที่ไม่มีบริเวณที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัย โอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินก็มีความเป็นไปได้น้อยมาก จึงเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นแต่ไม่น่าตกใจ กรณีนี้ไม่ต่างจากที่เราเห็นดาวตกตอนกลางคืน เพียงแต่เหตุการณ์นี้เห็นได้ในแหล่งชุมชนและเกิดขึ้นในเวลากลางวันเท่านั้น.
ข้อมูลที่มีประโยชน์จาก: ไทยรัฐออนไลน์
http://www.thairath.co.th/content/525188 วันที่ 14 กันยายน 2558 เวลา 17.36 น.
ป้ายกำกับ:
ประชาสัมพันธ์,
สื่อประกอบการสอน
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ยินดีต้อนรับนักศึกษาสู่ปีการศึกษา 2558 ค่ะ...
สวัสดีค่ะนักศึกษาหลักสูตรบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสาตร์ และนักศึกษาที่เรียนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศกับอาจารย์ทุกคนนะคะ... เปิดภาคเรียนที่ 1/2558 มาวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. 2558 ก็พบกับเหตุการณ์ไม่ปกติของกรุงเทพฯ กันเลยนะคะ... อาจารย์ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษาให้คนไทยและประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ ไปได้ด้วยดีค่ะ...
สำหรับตารางสอนของอาจารย์ในภาคเรียนที่ 1/2558 มีดังนี้ค่ะ...
จากตารางสอนข้างต้นหากนักศึกษาจะพบอาจารย์ ปรึกษาเรื่องการเรียนการสอนสามารถติดต่อกับอาจารย์ผ่านช่องทางต่างๆ ที่อาจารย์ได้แจ้งไว้ในห้องเรียนได้ในเวลาราชการนะคะ...
ขอให้ทุกๆ วันเป็นวันที่ดีสำหรับทุกๆ คนค่ะ...
ผศ.บุญญลักษม์ ตำนานจิตร (อ.เอ้ก) ^^
สำหรับตารางสอนของอาจารย์ในภาคเรียนที่ 1/2558 มีดังนี้ค่ะ...
จากตารางสอนข้างต้นหากนักศึกษาจะพบอาจารย์ ปรึกษาเรื่องการเรียนการสอนสามารถติดต่อกับอาจารย์ผ่านช่องทางต่างๆ ที่อาจารย์ได้แจ้งไว้ในห้องเรียนได้ในเวลาราชการนะคะ...
ขอให้ทุกๆ วันเป็นวันที่ดีสำหรับทุกๆ คนค่ะ...
ผศ.บุญญลักษม์ ตำนานจิตร (อ.เอ้ก) ^^
ป้ายกำกับ:
ข้อมูลผู้สอน,
สื่อประกอบการสอน
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
เราเป็นคนอย่างไรมองจาก Facebook ^^
ผู้ใช้ Facebook เป็นประจำ เวลาเข้าดูโปรไฟล์ของตัวเองก็มักจะมองเห็นทะลุปรุโปร่งในทุกส่วน เช่น ข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ และอื่นๆอีกมากมาย แต่มีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยรู้เลยว่า ผู้ใช้คนอื่นๆจะมองเห็นหน้าโปรไฟล์ของเราเป็นอย่างไร เค้าจะเห็นอะไรและไม่เห็นอะไรบ้าง วันนี้เรามีวิธีสมมติตัวเองว่าเป็น คนอื่น เพื่อเข้าดู Facebook Profile ของตัวเองกันค่ะ
สำหรับใครที่ต้องการอยากทราบว่า เวลาคนอื่นเข้ามาดูโปรไฟล์ของเรา จะเห็นเป็นอย่างไร เห็นอะไรบ้าง เรามาดูวิธีง่ายๆกันเลย
วิธีแรก มุมมองของคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อน (Public) - ในหน้าโปรไฟล์ของเรา กดที่รูปเฟืองด้านขวามือ (ตรง Cover) เลือก View as...
เมื่อเลือกแล้ว ค่าเริ่มต้นที่เราจะมองเห็น คือการมองเห็นจากบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้เป็นเพื่อนกับเรา ดังภาพด้านล่างนี้
วิธีที่สอง มุมมองจากผู้ใช้ที่เรากำหนด (Specific Person) เมื่อเราคลิกที่ View as... แล้ว จะเห็นคำว่า View as Specific Person (ตรงแถบสีดำด้านบน)
ให้เราคลิกและใส่ชื่อ Facebook ของคนที่เราต้องการ เพื่อทดสอบว่าถ้าเค้าคนนี้เข้ามาในหน้าโปรไฟลของเรา เค้าจะเห็นและไม่เห็นอะไรบ้าง ซึ่งวิธีที่สองนี้ เหมาะสำหรับคนที่ตั้ง Custom ไว้ว่า ให้ใครมองเห็นโพสนี้ หรือรูปภาพนี้ได้บ้าง หรือไม่ให้ใครมองเห็นได้ หลังจากโพสไปแล้วก็ใช้วิธีนี้มาทดสอบดูได้เลยว่า เค้าไม่เห็นโพสที่เราซ่อนไว้จริงรึเปล่า
ที่มา: How to See What Your Facebook Profile Looks Like to Others
วิธีแรก มุมมองของคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อน (Public) - ในหน้าโปรไฟล์ของเรา กดที่รูปเฟืองด้านขวามือ (ตรง Cover) เลือก View as...
เมื่อเลือกแล้ว ค่าเริ่มต้นที่เราจะมองเห็น คือการมองเห็นจากบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้เป็นเพื่อนกับเรา ดังภาพด้านล่างนี้
วิธีที่สอง มุมมองจากผู้ใช้ที่เรากำหนด (Specific Person) เมื่อเราคลิกที่ View as... แล้ว จะเห็นคำว่า View as Specific Person (ตรงแถบสีดำด้านบน)
ให้เราคลิกและใส่ชื่อ Facebook ของคนที่เราต้องการ เพื่อทดสอบว่าถ้าเค้าคนนี้เข้ามาในหน้าโปรไฟลของเรา เค้าจะเห็นและไม่เห็นอะไรบ้าง ซึ่งวิธีที่สองนี้ เหมาะสำหรับคนที่ตั้ง Custom ไว้ว่า ให้ใครมองเห็นโพสนี้ หรือรูปภาพนี้ได้บ้าง หรือไม่ให้ใครมองเห็นได้ หลังจากโพสไปแล้วก็ใช้วิธีนี้มาทดสอบดูได้เลยว่า เค้าไม่เห็นโพสที่เราซ่อนไว้จริงรึเปล่า
ที่มา: How to See What Your Facebook Profile Looks Like to Others
ป้ายกำกับ:
ข้อคิดดีๆ,
สื่อประกอบการสอน
วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558
ต้อนรับนักศึกษาเปิดเทอม 2/2557
ขอต้อนรับนักศึกษาที่เรียนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคเรียนที่ 2/2557 ทุกคนค่ะ...ตอนนี้เป็นช่วงกิจกรรมประกอบบทที่ 7 ให้นักศึกษาตอนเรียน F1 และ G1 ทุกกลุ่มส่งคำถามและแลกเปลี่ยนกันถามตอบในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไอที มาอย่างละ 1 คำถาม และตอบเพื่อนด้วย 1 คำตอบ พร้อมแล้วเริ่มได้เลยค่ะ...^^ ผศ.บุญญลักษม์ ตำนานจิตร
ป้ายกำกับ:
สื่อประกอบการสอน,
Knowledge Management
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








